Capcom ดัน Street Fighter 6 ยาวๆ 10 ปี
และไม่มีแผนจะเพิ่มระบบใหม่
จากการสัมภาษณ์หัวเรือหลักทั้งสองท่านทั้ง Nakayama และ Shuhei ดูเหมือนว่าการยกเครื่องเกมแบบ Super Street Fighter 6 จะยังไม่อยู่ในแผน ณ ตอนนี้ และ Street Fighter 7 ก็ยังไม่มีในหัวเลยเสียด้วยซ้ำ
ตอนนี้ Street Fighter 6 ก็อายุ 3 ขวบกว่าแล้ว เข้าขวบปีที่ 4 แต่ประสบการณ์หลักๆ ของตัวเกมกลับไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่นักในช่วงเวลาที่ผ่านมา
และดูเหมือน Capcom เองก็ยังอีกไกลกว่าจะทำตามแผนที่วางไว้สำหรับ Street Fighter 6 จะเสร็จสิ้น แต่จากวิธีที่พวกเขาพูดๆ กัน ดูเหมือนว่าคงจะไม่มีการรื้อระบบการเล่นครั้งใหญ่หรือภาคเสริมบิ๊กเบิ้มปล่อยออกมาในเร็วๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็น Super Street Fighter 6 หรือจะชื่ออื่นก็ตาม
จากการเปิดตัว Street Fighter 6 Season 4 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่มีทั้ง Tifa Lockhart, Yasmine, Arjun และ Bosch โผล่มา ทางฝั่งผู้กำกับ Takayuki Nakayama และโปรดิวเซอร์ Shuhei Matsumoto เลยต้องเดินสายไปให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างๆ เพียบ รวมถึง IGN และ Dexerto ด้วย
ก่อนหน้านี้เราเคยเขียนถึงเรื่องที่ Capcom ไปดึงตัว Tifa จาก Final Fantasy มาร่วมแจมใน Street Fighter ได้ยังไงไปแล้ว แต่พวกเขายังมีเรื่องที่จะพูดเกี่ยวกับอนาคตของเกมอีกเยอะเลยล่ะ
มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ ถ้ายอดขายและกระแสมันยังดีแบบนี้ต่อไป แปลว่าตอนนี้เรายังเดินมาไม่ถึงครึ่งทางของอายุขัย Street Fighter 6 เลยด้วยซ้ำ เพราะตัวเกมอาจได้รับการซัพพอร์ตยาวนานถึงหนึ่งทศวรรษ หรือ 10 ปีเต็มๆ
"โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากให้ Street Fighter 6 เปิดให้บริการและรันระบบไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ" Matsumoto กล่าวผ่าน IGN "ตอนที่เราเริ่มโปรเจกต์นี้กันแรกๆ เป้าหมายภายในของพวกเราคือการดันไปให้ถึงกรอบเวลา 10 ปี แต่นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราถึงต้องทำงานกันหนักมากเพื่อพัฒนาคุณภาพของเกม และเพื่อเมคชัวร์ว่าตัวละครที่พวกเราใส่เข้ามาจะดูเท่และดึงดูดใจผู้เล่น"
ไอ้อายุขัย 10 ปีที่เสนอมานี้ มันนานเป็นสองเท่าของ Street Fighter V เลยนะ และจะทำให้มันกลายเป็นภาคที่ได้รับการซัพพอร์ตยาวนานที่สุดในซีรีส์ รองจาก Street Fighter IV ที่เคยอัปเดตต่อเนื่องมาเกือบๆ 8 ปีเลยล่ะ
อาจจะคิดว่า ในเมื่อเหลือเวลาให้ทำคลอดคอนเทนต์ตั้ง 6-7 ปี ทีมงานก็น่าจะคิดหาทางขยายระบบการเล่นหลักๆ ออกไปอีกใช่ไหมล่ะ แต่ดูเหมือนว่า ณ ตอนนี้มันจะไม่ได้เป็นแบบนั้น
ระบบ Drive System ของเกมไม่มีอะไรเพิ่มเข้ามาเลยนับตั้งแต่เกมเปิดตัว ก็ทำแค่อัปเดตปรับวิธีการทำงานของ Drive Parry และ Drive Reversal นิดหน่อยในแพทช์อัปเดตรายซีซันที่ผ่านมาแค่นั้นเอง
"พูดกันตามตรง ผมรู้สึกว่าถ้าเราใส่กลไกอะไรเข้าไปมากกว่านี้ มันจะทำให้เกมซับซ้อนเกินไปครับ" Nakayama กล่าวผ่าน Dexerto "พวกเราปล่อยเกมนี้ออกมาในตอนที่ระบบต่างๆ มันขัดเกลามาจนลงตัวมากๆ แล้ว ดังนั้นพวกเราเลยไม่ได้วางแผนที่จะเพิ่มระบบใหม่ๆ เข้าไปในตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราก็กำลังลองทำการทดลองหลายๆ อย่างอยู่นะ ทว่าผมเองก็ยังแอบคิดอยู่เหมือนกันว่าจะมีอะไรที่เราพอจะใส่เพิ่มเข้าไปได้อีกไหมในอนาคต"
อาจจะฟังดูแปลกๆ อยู่เหมือนกันนะ สำหรับเกมต่อสู้ยุคนี้ที่เดินทางมาถึงปีที่สามแล้ว แต่อาจจะมีความกังวลเรื่องการเปลี่ยนประสบการณ์ของเกมมากเกินไป ในเมื่อตอนนี้ Street Fighter 6 มันก็นั่งแท่นเป็นเบอร์หนึ่งของวงการอยู่แล้ว การปรับเปลี่ยนอาจจะส่งผลกระทบดีขึ้นหรือไม่ก็ได้ จึงต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ
🔄 ย้อนรอยการอัปเดตในอดีต
แต่ถ้าลองย้อนกลับไปยุค Street Fighter II นู่นเลย Capcom มักจะทำเป็นธรรมเนียมอยู่แล้วว่าการอัปเดตเกมครั้งใหญ่จะต้องมาพร้อมกับระบบใหม่ๆ หรือไม่ก็ท่าใหม่ๆ เพิ่มเติมจากตัวละครที่ใส่เข้ามา
และนั่นก็ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใน Street Fighter V ที่พวกเขามีการเพิ่ม V-Trigger 2, V-Skill 2, V-Shift รวมถึงเพิ่มท่าและวิธีการใช้ท่าใหม่ๆ ในตลอดอายุขัยของเกม ทำให้ตัวเกมรู้สึกไม่น่าเบื่อ และสมบูรณ์กว่าเดิม
แน่นอน อาจจะเถียงได้ว่า Street Fighter V น่ะจำเป็นต้องมีของพวกนั้นมากกว่าเยอะ เพราะตอนเปิดตัวทำมาได้ค่อนข้างแย่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Street Fighter 6 ควรจะหยุดเพิ่มของใหม่ไปใช่ไหมล่ะ
ซึ่งมันก็น่าสนใจดี ถ้าเกิดว่าพวกเขาเอาพวกระบบ Groove สไตล์ Street Fighter Alpha หรือ Capcom vs. SNK มาใส่ เพื่อเปลี่ยนวิธีใช้งานระบบ Drive System ให้หลากหลายขึ้น หรือไม่อย่างน้อยที่สุด แค่เพิ่มท่าใหม่หรือเปลี่ยนท่าเก่าๆ ให้กับตัวละครเซตแรกที่มาตอนเกมเปิดตัวก็ยังดี เพราะการที่ต้องเล่นเป็น Ken หรือเจอกับ Ken ในแรงก์บ่อยๆ มันก็ชวนให้รู้สึกว่าเห็นมาหมดทุกมุกจนเบื่อแล้ว
แต่ถ้ามองในมุมเทคนิค Street Fighter 6 ตอนเปิดตัวมันก็มีระบบเยอะกว่าภาคอื่นๆ ในซีรีส์อยู่แล้วล่ะ เลยพอเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาถึงคิดว่าแค่นี้มันก็เพียงพอ และไม่จำเป็นต้องเพิ่มอะไร
ซึ่งในการรีเฟรชเกมเพลย์ให้ดูสดใหม่ มันไม่จำเป็นต้องเป็นระบบใหม่เพิ่มเสมอไปหรอก แต่พวกผู้เล่นที่อยู่กับเกมมาตั้งแต่แรกเริ่มเขาก็อยากได้อะไรที่มากกว่าเดิมเพื่อดึงดูดให้พวกเขาอยากเล่นต่อ นอกเหนือไปจากการรอดูกลุ่มตัวละครใหม่ๆ ที่ปล่อยออกมา
เรื่องนี้มันอาจจะง่ายนะ ก็แค่วิธีการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของระบบเดิมที่มีอยู่แล้วอย่าง Drive Rush, Drive Impact และการทุ่ม โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Street Fighter 6 โดยพื้นฐานตั้งแต่เกมออกเอาไว้ โดยการเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กน้อยในแพทช์แต่ละครั้ง ที่จะไม่ทำให้กลุ่มผู้เล่นฐานเดิมที่แฮปปี้กับตัวเกมในตอนนี้รู้สึกแย่ลงและเลิกเล่นกันไป
🎯 ความสมดุลระหว่างผู้เล่นใหม่และแฟนเก่า
ผู้เล่นหน้าใหม่ที่แห่กันเข้ามาเล่นย่อมไม่ได้มีความรู้สึกอิ่มตัวหรือเบื่อหน่ายเหมือนกับพวกคนที่อยู่มาตั้งแต่เกมเปิดตัว ดังนั้นพอ SF6 ยังคงทำผลงานได้ดีเรื่อยๆ แบบนี้ Capcom เลยเหมือนต้องเดินทรงตัวอยู่บนเส้นเชือกที่ด้านหนึ่งคือกลุ่มคนดูหน้าใหม่ และอีกด้านหนึ่งคือแฟนเกมรุ่นเก๋าตัวจริง
และดูเหมือนตอนนี้ Capcom จะค่อนข้างเอียงไปทางกลุ่มคนรุ่นใหม่ซะด้วย เห็นได้จากการตัดสินใจเลือกใช้แต่หน้าใหม่แกะกล่องทั้งหมดใน Season 4 แทนที่จะเป็นเหล่านักสู้ระดับตำนานรุ่นเก่าๆ
แต่อย่างน้อยฟังดูแล้ว Capcom ก็ไม่ได้ถึงกับปิดประตูตายใส่ไอเดียการเพิ่มระบบการเล่นใหม่ๆ แค่ว่าการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่ผู้เล่นหลายคนเรียกร้อง คงจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้แน่นอน และสำหรับคนที่กำลังสนุกกับเกมในตอนนี้ ข้อดีคือคุณไม่ต้องมานั่งกังวลว่า Capcom จะลอยแพเกมนี้ในเร็ววันนี้ด้วย และยังมีให้ลุ้นอีก 6-7 ปีเลยทีเดียว
❓ อนาคตคอนเทนต์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?
แม้ว่าการประกาศของ Capcom เรื่องการหยุดซัพพอร์ตโหมด World Tour หลังจากจบ Ingrid จะฟังดูคลุมเครืออยู่หน่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าโหมดเนื้อเรื่องเนี่ย มันน่าจะจบลงแค่นั้นจริงๆ
"จะไม่มีการอัปเดตอะไรเพิ่มเติมในโหมด World Tour แล้วครับ แต่ผมอยากจะดูแลรักษาระบบคอนเทนต์นี้เอาไว้ และบางทีอาจจะใช้มันสื่อสารองค์ประกอบเล่าเรื่องอื่นๆ ออกมาแทน" Nakayama กล่าวผ่าน Dexerto
นอกจากนี้ พวกผู้เล่นยังสังเกตเห็นกันว่าใน Street Fighter 6 Year 4 Ultimate Pass เป็นครั้งแรกที่ไม่มีการรวมฉากต่อสู้ใหม่เข้ามาเลย ซึ่งหมายความว่าเราอาจจะไม่ได้เห็นด่านใหม่ๆ ไปอีกเกือบสองปี นับตั้งแต่ด่านล่าสุดที่มาพร้อมกับ Sagat — เว้นแต่ว่ามันจะมีด่านพิเศษสำหรับ Tifa แยกต่างหากนอกเหนือจากพาสรายปีหรืออะไรทำนองนั้น หรือถึงเวลาที่จะต้องขายด่านกันแบบจริงจังแล้วก็เป็นได้
เพราะงั้นในตอนนี้ สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีแค่ตัวละครจาก Season 4 และคำมั่นสัญญาว่าจะมีชุด DLC ออกมาเพิ่ม ซึ่งที่ผ่านมาพี่แกก็ปล่อยออกมาค่อนข้างช้าซะด้วย ก็ไม่รู้ว่าเราจะเห็นถี่ขึ้น มากขึ้น หรือว่าจะเหมือนเดิม
แต่เอาจริง ก็น่าชื่นชมที่พวกเขาเคยปล่อยโหมด Avatar Battle ใหม่สองโหมดมาพร้อมกับ Ingrid ซึ่งถือเป็นการเพิ่มคอนเทนต์ที่ใหญ่เอาเรื่องสำหรับ SF6 แต่มันก็ตอบโจทย์แค่ผู้เล่นเฉพาะกลุ่มเท่านั้น และไม่ได้ช่วยเพิ่มอะไรให้กับประสบการณ์การเล่นโหมดหลักเลยนอกจากของแต่งสวยงาม
อย่างน้อยที่สุดในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ทีมงาน Street Fighter ไม่ได้ลงลึกรายละเอียดว่าตอนนี้พวกเขากำลังโฟกัสการพัฒนาเกมไปที่จุดไหนอย่างชัดเจน นอกเหนือจากการปรับปรุงตัวเกมโดยรวมและการพยายามเอาใจกลุ่มตลาดใหม่ๆ ที่พวกเขาคอยสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีสตอรี่ผูกพันกับอดีตของแฟรนไชส์นี้เท่าไหร่นัก
แต่ทางผู้กำกับแอบแง้มๆ มานะว่าเขามีสิ่งที่จะทำกับ Street Fighter 6 อีก "เพียบ" เลย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ยอมลงรายละเอียดว่ามันคืออะไรก็ตาม
"มันมีเรื่องที่ผมกำลังคิดอยู่ แต่ผมยังไม่อยากสปอยล์ให้หมดสนุกกันซะก่อน!" Nakayama กล่าวผ่าน IGN
🚀 แล้ว Street Fighter 7 ล่ะ?
ส่วนเรื่องที่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากจบยุค Street Fighter 6 ดูเหมือนว่าตอนนี้จะยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
"และคำถามเกี่ยวกับ Street Fighter 7 นั้น มันไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังคิดถึงกันในตอนนี้เลย" Matsumoto กล่าวผ่าน IGN "ตอนนี้เราเห็นผู้เล่นใหม่ๆ หลั่งไหลเข้ามาในเกมเยอะมาก และพวกเราต้องการที่จะซัพพอร์ตกลุ่มผู้เล่นกลุ่มนั้นต่อไป ดังนั้น การโฟกัสหลักๆ เลยคือ Street Fighter 6 และการรักษาความยั่งยืนของเกมเอาไว้"
Street Fighter 6 เพิ่งทำยอดขายแตะ 7 ล้านชุดไปหมาดๆ และยังทุบสถิติยอดผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดได้อีกครั้งเป็นหนที่สองในปีนี้ ดังนั้นโฟกัสของพวกเขาตอนนี้คือการรักษาโมเมนตัมนี้เอาไว้ให้ได้
ในเมื่อตอนนี้เรารู้แค่เรื่องตัวละครใหม่ 4 ตัวที่กำลังจะเข้าเกม แฟนๆ เลยต้องรอกันอีกหน่อยเพื่อดูทิศทางของ Street Fighter 6 Season 4 ว่าจะเดินไปทางไหน และมันจะส่งผลยังไงต่อตัวเกมในปีที่ 5 ถึงปีที่ 10 ของการเดินทาง
โดย Yasmine มีกำหนดจ่อคิวปล่อยตัวเป็นละครใหม่ตัวแรกในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ ถึงตอนนั้นเราคงได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
อ้างอิง eventhubs

